The Lord of the Rings (2022)

The Lord of the Rings (2022)

Your rating: 0
9 1 vote

Creator

Creator

Cast

Synopsis

The Lord of the Rings (2022) The Rings of Power

ตำนานแห่งยุคสมัยที่ 2 ของดินแดนมัชฌิมโลกที่ยังไม่เคยถูกเล่าถึง เกิดขึ้นนับย้อนไปหลายพันปีก่อนเหตุการณ์ใน ‘The Hobbit’ และ ‘The Lord of the Rings’ ดูหนังฟรี เป็นห้วงเวลาที่จอมมารพ่ายแพ้และหายสาปสูญ เหล่าเอลฟ์ มนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นต่างมองไปข้างหน้าเพื่อสร้างยุคที่รุ่งเรืองอีกครั้ง ทว่าความชั่วทั้งเก่าก่อนและเกิดใหม่ยังเร้นกายรอการหวนคืน ดูหนังออนไลน์ฟรี 2022 นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการก่อกำเนิดแหวนครองภิภพที่เราคุ้นเคย The Lord of the Rings (2022) ดูหนัง

ดูหนังออนไลน์ ซีรีส์ ‘The Lord of the Rings: The Rings of Power’ ถูกหมายมั่นว่าจะเป็นจอมทัพเรือธงแฟนตาซีของฝั่ง Amazon Prime Video ที่ดูตั้งใจเอามาชนกับซีรีส์แฟนตาซีธีมยุคกลางซึ่งดัดแปลงจากหนังสือและมีกำหนดฉายในปีนี้เช่นเดียวกันของแพลตฟอร์มอื่น อย่าง ‘House of the Dragon’ ของ HBO Go, ‘The Witcher: Blood Origin’ ของทาง Netflix และ ‘Willow’ ของ Disney+

The Lord of the Rings (2022)

ดูจากชื่อชั้นแต่ละเรื่องก็พอฟัดพอเหวี่ยงกันดีทีเดียว ต่างมีจุดแข็งจุดอ่อนที่ก็อาจเป็นอันดับ 1 ในทางของตนเองได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าวัดจาก 2 ตอนแรกของ ‘The Rings of Power’ ที่ปล่อยออกมาตั้งต้นก่อนจะทยอยฉายสัปดาห์ละตอนหลังจากนี้ ก็ต้องบอกว่าในแง่หนึ่งเรื่องนี้คงไม่ถูกใจบางคนนัก แต่ขณะเดียวกันก็จะได้ใจคนอีกกลุ่มใหญ่ไปไม่น้อยเช่นกัน

ในแง่ที่ด้อย ถ้าพูดในเชิงเปรียบเทียบกับ ‘House of the Dragon’ ซึ่งออกมาก่อนและทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องราวหลายร้อยหลายพันปีก่อนหน้าแฟรนไชส์หลักเหมือนกัน อันพอจะอิงเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นได้ ต้องบอกว่า ‘The Rings of Power’ ยังมีความบีบเค้นของการเล่าเรื่องให้ติดหนึบน้อยกว่าอีกเรื่องหนึ่ง

ทั้ง 2 เรื่องต่างใช้ประโยชน์จากจักรวาลที่แข็งแรงในซีรีส์หรือหนังที่เคยฉายมาก่อนหน้า (และอาจรวมถึงหนังสือนิยายที่เป็นที่นิยม) ทำให้ไม่ต้องการคำอธิบายปูมบางอย่างให้มากความ แต่ ‘The Rings of Power’ ใช้จักรวาลจากปลายปากกาของ เจ.อาร์.อาร์ โทลคีน (J.R.R. Tolkien) ที่ใหญ่กว่าในเชิงพื้นที่และตัวละคร มันจึงต้องเสียเวลากว่า 2 ตอน รวมเวลากว่า 2 ชั่วโมงไปกับการปูภูมิหลังของตัวละครใหม่ ๆ จำนวนมากกว่าจะครบ

รวมถึงฉากหลังของมิดเดิลเอิร์ธ หรือ มัชฌิมโลกในยุคที่ 2 เป็นเรื่องราวหลังการพ่ายแพ้ของจอมอสูรมอร์กอธที่เป็นเจ้านายของเซารอน และยังไม่ได้กำเนิดแหวนทั้ง 20 วงขึ้น แม้มันจะเคยถูกพูดถึงอย่างบางเบามาก ๆ ในแฟรนไชส์หนัง แต่ก็ถือว่ายังเป็นเรื่องสดใหม่แปลกตาสำหรับผู้ชมที่ไม่ได้เป็นแฟนเดนตายจากหนังสือนัก เอาแค่ว่าปูเรื่องใหม่นี้ถึงจะย่อยให้เข้าใจง่ายมากแล้ว ก็เล่นเอาจำตัวละครเหนื่อย

The Lord of the Rings (2022)

เส้นเรื่องหลากหลายทั้งดั้งเดิมและแต่งเติมใหม่

เราจะได้เจอหลากเส้นเรื่องที่เดินไปพร้อมกัน โดยฝั่งเอลฟ์จะมีเส้นเรื่องของ กาลาเดรียล และ เอลรอนด์ ในวัยหนุ่มวัยสาวก่อนที่จะกลายเป็นราชินีและจอมทัพของเอลฟ์ในฉบับหนังไตรภาค (ตัวละครที่เคยแสดงโดย เคท แบลนเชตต์ (Cate Blanchett) และ ฮิวโก วีฟวิง (Hugo Weaving))

โดยกาลาเดรียลในวัยสาว (รับบทโดย มอร์ฟิด คลาร์ก (Morfydd Clark)) ยังคงเชื่อว่าเซารอนไม่ได้ตายไปตามนายของมัน และเธอยังออกตามล่าล้างแค้นให้พี่ชายที่ถูกเซารอนสังหาร โดยไม่สนคำทัดทานของเอลฟ์ตนอื่นที่เชื่อว่าเซารอนตายแล้วในเวลานั้นและทอดทิ้งให้เธอออกเดินทางตามลำพัง

ส่วนเอลรอนด์ (รับบทโดย โรเบิร์ต อะรามาโซ (Robert Aramayo)) เอลฟ์ลูกครึ่งมนุษย์ได้รับมอบหมายภารกิจจากราชาเอลฟ์ให้ต้องเดินทางไปฟื้นสัมพันธ์กับเพื่อนเก่าที่เป็นราชาคนแคระนาม ดูริน ที่นครใต้ผืนพิภพ เพื่อช่วยให้ฝั่งเอลฟ์สามารถสร้างสิ่งของสำคัญอย่างหนึ่งขึ้นมาได้

ทางฝั่งชายขอบเมืองมนุษย์ที่มีป้อมระวังภัยของเอลฟ์คอยระวังภัยจากจอมมาร ทหารเอลฟ์ผิวดำนาม เอรอนเดอร์ (รับบทโดย อิสมาเอล ครูซ คอร์โดวา (Ismael Cruz Cordova)) ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังออกเพราะไม่พบสัญญาณของพวกอสูรมานานมาก แต่เขากลับมีพันธะทางใจให้กับมนุษย์หญิงหม้ายลูกติดนาม บรอนวิน (รับบทโดย นาซานิน บอนิอาดี (Nazanin Boniadi)) อยู่ทำให้ตัดใจจากไปยากลำบาก

ทว่าทันใดนั้นก็เกิดอาเพศขึ้นหลายอย่างในหมู่บ้านเป็นสัญญาณถึงการกลับมาของพวกออร์ก ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่ต้องรีบแจ้งเตือนดินแดนอื่น และทำให้ทางชีวิตของเอรอนเดอร์และบรอนวิน รวมถึง ธีโอ ลูกชายของบรอนวินต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

นอกจากนี้เรายังจะได้รู้ว่าฮอบบิตเองก็มีหลายเผ่าพันธุ์ ที่ผ่านมาทั้งโฟรโดและบิลโบล้วนแต่เป็นเผ่าที่ชื่อว่าฟอลโลไฮด์ส ซึ่งอพยพมามิดเดิลเอิร์ธในภายหลัง ส่วนเผ่าฮอบบิตกลุ่มใหญ่ที่มาตั้งรกรากในมิดเดิลเอิร์ธก่อนนั้นคือ ฮาร์ฟุตส์ เราจะได้ติดตามเด็กชาวฮาร์ฟุตนาม โนริ (รับบทโดย มาร์เคลลา คาเวนาจ์ (Markella Kavenagh)) กับ ป็อปปี ที่ราวถอดบุคลิกมาจากโฟรโดกับแซมอย่างไรอย่างนั้น

The Lord of the Rings (2022)

โนริฝันใฝ่ที่จะออกไปผจญภัยโลกกว้างผิดนิสัยของพวกฮาร์ฟุตส์ที่รวมกลุ่มไม่แตกแถว จนวันหนึ่งโนริก็พบดาวตกลงมาจากฟ้าและทำให้พบกับชายปริศนาผู้ไร้ความทรงจำ (รับบทโดย โจเซฟ มาว์ลี (Joseph Mawle)) ที่จะพาเธอออกไปจากวิถีชีวิตเดิมตลอดกาล

นี่คือเรื่องราวแค่ปูตัวละครแต่ละกลุ่มที่จะพาไปประกอบภาพใหญ่ของเรื่องราว จะเห็นว่ามีตัวละครและความสัมพันธ์เกิดขึ้นมากมาย มีการหยิบใช้จากหนังสือของโทลคีนก็ไม่น้อย แต่มากเท่าไรก็คงไม่พอและเข้าใจได้ถ้าหากแฟนเดนตายของตัววรรณกรรมจะรู้สึกว่าน่าจะมีอันนั้นอันนี้เพิ่มอีก และอาจมีประเด็นเรื่องของตัวละครที่แต่งขึ้นมาใหม่ปรากกตัวเป็นครั้งแรกก็เช่นกันที่คงเป็นประเด็นพูดถึงได้อีกมาก ทว่าเงื่อนไขของเวลาและงบประมาณกับการคุมเรื่องราวให้อยู่มือก็คือปัจจัยที่เข้าใจและเห็นใจทีมสร้างได้เช่นกัน

แต่ข้อดีคือผู้กำกับ เจ.เอ. บาโยนา (J.A. Bayona) จาก ‘The Impossible’ (2012) และ ‘A Monster Calls’ (2016) ซึ่งเขาเด่นในทางดราม่าและไม่เกรงกลัวงานซีจียาก ๆ มากำกับ 2 ตอนแรกก็รู้จุดสำคัญดีว่า ‘The Lord of the Rings’ มันเป็นเรื่องราวเพื่อปลุกหัวใจแห่งการผจญภัยแบบดั้งเดิม โดยมีธีมคลาสสิกอย่างธรรมชนะอธรรมที่อาจเปรียบเปรยถึงธรรมชาติภายในของมนุษย์ได้บ้าง ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปมีบทสนทนาดราม่าเคร่งเครียดหรือมืดหม่นลึกซึ้งอย่างสมัยนิยม แต่ก็รุ่มรวยในภาษาและความงามตามแบบวรรณกรรม

เขาเลยมุ่งในการสร้างภาพจินตนาการให้ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยดีไซน์ตัวละครหลายเผ่าพันธุ์ที่น่าสนใจ โลกทัศน์ที่ตะลึงพรึงเพริศ อย่างนครแห่งแสงของเอลฟ์หรือเหมืองใต้พิภพของคนแคระ และสัตว์ประหลาดที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะยักษ์บนยอดปราการภูเขาน้ำแข็ง ไปจนถึงสัตว์ประหลาดในทะเลอันดำมืด ที่สำคัญและทำได้ดีมากคือโปรดักชันในการนำเสนอนั้นไม่มีเขียม เป็นโปรดักชันระดับหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ชวนเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้รับชมบนจอภาพยนตร์ แถมยังจัดหนักด้วยภาพระยะกลางและระยะไกลแบบไม่กลัวว่าต้องหลอกมุมซีจีอะไรเลย คืออลังการเต็มตามาก พอรวมกับเรื่องราวที่เรียบง่ายคุ้นเคยดี และดนตรีที่เรียบเรียงมาอย่างบรรจง

มันจึงเป็นซีรีส์แฟนตาซีที่ทำหัวใจเราพองโตได้ตลอดเวลาการรับชม และเป็นผลงานที่ไม่มีพิษมีภัยรับชมได้อิ่มเอมทั้งครอบครัวอย่างที่ไม่ค่อยรู้สึกมานานแล้ว

และแม้จะดูไม่ค่อยมีอะไรให้ซับซ้อน แต่ผู้กำกับบาโยนาก็ยังเก่งในการฮุกหมัดหนัก ๆ ด้วยฉากเล็ก ๆ ที่กระแทกใจได้ อย่างที่เขาเคยทำในฉากไดโนเสาร์คอยาวร่ำร้องบนเกาะที่กำลังล่มสลายใน ‘Jurassic World: Fallen Kingdom’ (2018) มาแล้ว เราอาจแอบน้ำตาซึมให้กับฉากบอกรักแบบคนปากแข็งของเอลฟ์ผิวดำหรือฉากปรับความเข้าใจระหว่างเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์ได้เลย

แต่แม้จะมีจุดดีหลายอย่างที่เด่นในทางแฟนตาซีดูสนุกได้ทั้งครอบครัว แต่ก็ยังไม่อาจบอกได้ว่าดีสุด ๆ เพราะ 2 ตอนแรกตั้งเป้าในการวางฐานความเข้าใจให้มากที่สุดก่อนจะพาไปอินกับการเดินเรื่องจริงต่อไป ดังนั้นมันเลยมีความกั๊กอยู่มาก โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่เปิดตัวสัตว์ประหลาดแต่ละทีมีได้ลุ้น แต่เอาจริงก็ไม่ได้มีฉากสู้มัน ๆ อลังการให้ตามที่หวังเท่าใดนักอย่างน่าเสียดาย อาจเพราะต้องทำเวลาในการเล่าเรื่องหรือไม่อยากเร่งกราฟความตื่นเต้นให้สูงมากแต่แรก

คงต้องรอดูต่อไปว่าในตอนที่เหลือที่จะเปลี่ยนมือผู้กำกับไปเป็น เวย์น ยิป (Wayne Yip) ที่เคยผ่านงานซีรีส์แนวแฟนตาซีมาหลายเรื่องเช่น ‘The Wheel of Time’ (2021) รวมถึงผู้กำกับหญิง ชาร์ลอตต์ แบรนด์สตรอม (Charlotte Brändström) ที่เคยผ่านงานซีรีส์ ‘The Witcher’ (2019) ซึ่งจะมาทำตอนปิดท้ายของซีซันแรกนั้น ทั้งคู่จะมีแนวทางการเล่าเรื่องแบบไหน ถ้าเลิกกั๊กแล้วใช้พลังของซีจีคุณภาพสูงที่หนุนหลังอยู่ได้เข้มข้น น่าจะได้ใจคอแฟนตาซีที่โตขึ้นด้วยไม่ใช่แค่ขโมยหัวใจพวกเด็ก ๆ อย่างที่เปิดตัวมา

อีกหนึ่งมหึมาอลังการซีรีส์เอพิคฟอร์มใหญ่แห่งปีที่กำลังจะลงจอตามมาก็คือ “The Rings of Power” ซีรีส์ภาคแยกและภาคต้นของ The Lord of the Rings จากทางสตรีมมิ่ง อะแมซอน ไพร์ม ก็เตรียมโหมโรงโปรโมตอย่างยิ่งใหญ่ในสมราคาของซีรีส์ทุนสร้างสูงสุดตลอดกาลของฮอลลิวูด ด้วยแผนที่เตรียมจะส่งตอนแรกของซีรีส์ประเดิมฉายในโรงภาพยนตร์ในแฟน ๆ ได้หน่ำใจ The Lord of the Rings (2022)

Variety รายงานว่า อะแมซอน เตรียมจะส่งซีรีส์ 2 ตอนแรกของ The Rings of Power ออกฉายในโนโรงภาพยนตร์ชั้นนำในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, อาร์เจนตินา, โคลอมเบีย, ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ โดยอีเวนท์จะจัดขึ้นภายใต้โรงภาพยนตร์ในเครือ Cinemark ที่ให้แฟน ๆ ของโรงหนังและซีรีส์ได้มีโอกาสได้สัมผัสความอลังการครั้งนี้ก่อนใคร

โดย 2 ตอนแรกของ The Rings of Power จะออกฉายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ หรือฉายล่วงหน้า 2 วัน ก่อนที่ซีรีส์ตอนแรกจะพรีเมียร์ในวันที่ 2 กันยายน โดยในอเมริกาจะเตรียมเปิดจำหน่ายของตั๋วแพ็คเกจนี้ในช่วงเช้าวันจันทร์นี้ตามเวลาในท้องถิ่น ที่คิดราคาที่นั่งละ 10 เหรียญโดยประมาณ

ซึ่งการฉายซีรีส์ 2 ตอนแรกในครั้งนี้จะดำเนินการฉายเป็นกิจกรรมพิเศษเพียงคืนเดียวเท่านั้น เพื่อให้แฟน ๆ ได้ดื่มด่ำกับความอลังการของซีรีส์เรื่องนี้บนจอใหญ่ยักษ์ คล้ายกับประสบการณ์ที่พวกเขาเคยได้รับชมมาแล้วใน The Lord of Rings นั่นเอง โดยเบื้องต้นอะแมซอนเชื่อว่า ซีรีส์เรื่องดังกล่าวจะสร้างฐานผู้ชมทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นจากการออกฉายกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

The Rings of Power ถูกจัดได้ว่าเป็นซีรีส์ที่มีการทุ่มทุนสร้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของวงการซีรีส์ฮอลลิวูด ด้วยการทุ่มงบมากกว่า 400 ล้านเหรียญ สร้างเฉพาะซีซั่นแรกของซีรีส์เรื่องดังกล่าวที่มีทั้งสิ้น 8 ตอน ที่กลายเป็นหนึ่งในโครงการสร้างซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่อีกเรื่อง และช่วยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในกับนิวซีแลนด์ ที่ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของซีรีส์ในจักรวาลนี้อีกครั้งด้วย

Similar titles

Alchemy of Souls (2022) Netflix บรรยายไทย
She Hulk : Attorney at Law (2022)
While You Were Sleeping (2017) ลิขิตฝันฉันและเธอ
Mouse นักล่ามนุษย์
Who Rules The World (2022) เทียบท้าปฐพี
Backstreet Rookie (2020) สะดุดรัก 24 ชั่วโมง
Rick and Morty ริค แอนด์ มอร์ตี้ Season 2
Titans Season 2 (2018)
Invasion (2021)
Just Beyond (2021) Season1 จัสท์ บียอนด์ อัศจรรย์วันพิลึกพิลั่น
The Moon That Embraces the Sun จันทราโอบอาทิตย์
Tang dynasty Tour (2020) ย้อนเวลามาป่วนวัง

Leave a comment

Name *
Add a display name
Email *
Your email address will not be published