The 100 Season 4 – 100 ชีวิต กู้วิกฤตจักรวาล ปี4

The 100 Season 4 สามฤดูกาลที่ผ่านมานั้น The 100 ได้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เพื่อปกป้องตนเองและครอบครัว หลังจากจบ ฤดูกาลที่สาม คลากส์ ฮีโร่ของเราพบว่าตัวเองอยู่ที่ศูนย์กลางของทั้งสองฝั่งมหาอำนาจ Grounder และการต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณของ Arkadia แม้จะมีความพยายามที่ดี แต่ในที่สุดของพวกเขาทั้งหมดก็ต้องเข้าสู่สงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากความเจ็บปวดและชีวิตนิรันดร์ใน “เมืองแห่งแสง” และนั้นทำให้เธอก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำได้อย่างรวดเร็ว และเห็นได้ชัดเจนเลย ว่าเธอกำลังสร้างกองทัพที่อุทิศตนเพื่อการมีชีวิตอยู่บนโลก ไม่ใช่เพื่อสงครามแต่เพื่อความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ผู้ที่ยังคงอยู่ สิ่งที่เหลือที่จะต่อสู้ พวกเขาจะไปอย่างเงียบ ๆ ในเวลากลางคืนหรือที่พวกเขาจะได้พบกับความหวังและความเชื่อมั่นในกันและกันขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับบทที่มืดมนที่สุดของพวกเขา

The 100 Season 3 – 100 ชีวิต กู้วิกฤตจักรวาล ปี3

เมื่อโลกเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี จนไม่สามารถจะอาศัยอยู่ คนกลุ่มสุดท้ายที่รอดจึงต้องใช้ชีวิตอยู่บนสถานีอวกาศ เวลาผ่านไปเกือบ 100 ปี เด็กวัยรุ่นจำนวน 100 คนที่ได้รับโทษในความผิดต่างๆถูกส่งให้ลงมายังโลก เพื่อทดสอบถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะกลับมาใช้ชีวิตบนโลกอีกครั้ง แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้คือ พวกเขาไม่ได้เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวที่อยู่บนโลกนี้…

The 100 Season 2 – 100 ชีวิต กู้วิกฤตจักรวาล ปี2

เมื่อโลกเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี จนไม่สามารถจะอาศัยอยู่ คนกลุ่มสุดท้ายที่รอดจึงต้องใช้ชีวิตอยู่บนสถานีอวกาศ เวลาผ่านไปเกือบ 100 ปี เด็กวัยรุ่นจำนวน 100 คนที่ได้รับโทษในความผิดต่างๆถูกส่งให้ลงมายังโลก เพื่อทดสอบถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะกลับมาใช้ชีวิตบนโลกอีกครั้ง แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้คือ พวกเขาไม่ได้เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวที่อยู่บนโลกนี้..

The 100 Season 1 – 100 ชีวิต กู้วิกฤตจักรวาล ปี 1

เมื่อโลกเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสี จนไม่สามารถจะอาศัยอยู่ คนกลุ่มสุดท้ายที่รอดจึงต้องใช้ชีวิตอยู่บนสถานีอวกาศ เวลาผ่านไปเกือบ 100 ปี เด็กวัยรุ่นจำนวน 100 คนที่ได้รับโทษในความผิดต่างๆถูกส่งให้ลงมายังโลก เพื่อทดสอบถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะกลับมาใช้ชีวิตบนโลกอีกครั้ง แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้คือ พวกเขาไม่ได้เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวที่อยู่บนโลกนี้….

Black Summer Season 2

หลังจากตอนจบในซีซันแรก กลุ่มตัวเอกที่มีผู้รอดชีวิตคือ โรส ซัน สเปียร์ส ที่ได้พบกับลูกสาวของโรสคือ แอนนา ทั้งหมดก็รวมกลุ่มกันออกเดินทางเพื่อหาทางรอดชีวิตกันต่อไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือ วิถีชีวิตและแนวคิดในการเอาตัวรอดของคนในกลุ่มที่พร้อมจะทำทุกอย่างที่ต่อให้ดูเหมือนเห็นแก่ตัว ต้องทำร้ายคนอื่น แต่ถ้าเพื่อเอาตัวรอด พวกเขาก็จะทำมันโดยไม่ลังเล

Black Summer Season 1

เมื่อโลกต้องเผชิญกับหายนะและซอมบี้ผุดขึ้นมาครองเมือง คนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อเอาชีวิตรอดและกลับไปพบหน้าผู้คนที่พวกเขารักอีกครั้ง

Daughters (2020) เสียดาย

เรื่องราวของเด็กสาวสี่คน ที่แต่ละคนมีปัญหาครอบครัวที่แตกต่างกัน อยากรู้อยากลอง และขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว มีเพียงมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่คอยช่วยเยียวยา รอยแผลในใจของกันและกันได้ ทั้งสี่จึงสร้างโลกใหม่เพื่อหลีกหนีปัญหา และโลกใหม่ก็พาให้พวกเธอได้รู้จัก…ยาเสพติด สิ่งที่คิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้พวกเธอได้ ทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้ข้างหลัง จากนั้นก็ร่วมออกเผชิญชะตาชีวิตร่วมกันมีเพียงยาเสพติดไว้ปลอบประโลมหัวใจ จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่พวกเธอไม่คาดคิด จากก้าวเล็กๆ ที่อยากจะลอง พาให้ถลำลึกไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับ เมื่อรู้ตัวอีกทีก็ทำได้แต่เพียงรู้สึก “เสียดาย” กับช่วงเวลาชีวิตอันสดใส ที่เสียไปสิ่งเลวร้าย และมันเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ที่แลกด้วยทั้งชีวิตของพวกเธอ

She Would Never Know รุ่นพี่ อย่าทาลิปสติกนั่นเลยครับ

ซีรีส์โรแมนติกอบอุ่นหัวใจในช่วงยามที่เราต่างต้อง Work from Home ไม่ได้เข้าออฟฟิศทำงานเหมือนอย่างเคย และแน่นอนว่าซีรีส์เรื่องนี้ฉากหลังคือตึกสูงย่านสำนักงานกลางกรุงโซล เรื่องราวของหนุ่มสาววัยทำงานที่อยู่ในบริษัทเครื่องสำอางที่กำลังเติบโต

วอนจินอา รับบทเป็น ยุนซองอา รุ่นพี่แผนกการตลาดที่ฝันอยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเอง เธอมีหน้าที่การงานมั่นคง มีคนรักที่พร้อมจะแต่งงานสร้างครอบครัว ส่วน โรอุน รับบท ชเวฮยอนซึง เด็กหนุ่มรุ่นน้องวัย 20+ ที่ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เขาเข้ามาทำงานในบริษัทปีแรก โดยมีซองอาคอยเป็นพี่เลี้ยงสอนงานต่างๆ และแม้ว่าซองอาจะมีคติว่า “ไม่ชอบคนที่เด็กกว่า” เพียงใด แต่เมื่อรุ่นน้องที่ทั้งหน้าตาดี ยิ้มเก่ง มาแสดงออกชัดเจนว่าชอบและมีสายตาไว้มองเธอเพียงคนเดียว ซองอาจะห้ามใจได้อย่างไร

ความน่าสนใจคือพล็อตรักต่างวัยที่จะทำให้คนดูยิ้มตามไปด้วยได้ง่ายๆ ยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องทำงานที่บ้าน She Would Never Know คงทำให้หนุ่มสาวในเมืองใหญ่คลายคิดถึงบรรยากาศสนุกๆ ในออฟฟิศไปได้ ยิ่งได้นักแสดงอย่าง วอนจินอา ที่เรียกว่าฝีมือดีไม่แพ้ใคร มาประกบกับ โรอุน SF9 ที่ขึ้นเป็นพระเอกเต็มตัวในเรื่องนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะซีนแฟนเด็กในเรื่องจะทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่นิยมได้ไม่ยาก

และไม่ใช่แค่เรื่องรักโรแมนติก ซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน (ผลงานของนักเขียน Elise ในปี 2017) ยังมีเส้นเรื่องรองที่เกี่ยวกับธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของเกาหลีใต้ ที่จะทำให้คนดูได้ความรู้เติมเต็มมากกว่าการเป็นซีรีส์โรแมนติกเพียงอย่างเดียว

Fox Bride Star (Where Stars Land) ณ ที่ที่ดวงดาวบรรจบ

หนึ่งซีรีส์ที่รอคอยของปีนี้ ( ปีๆรอคอยกี่เรื่องเนี่ย ) เพราะนอกจากอีเจฮุนนักแสดงในดวงใจจะมารับบทนำ ยังเป็นผลงานของคนเขียนบทซีรีส์ที่เคยสร้างความประทับใจไว้เมื่อปีก่อนอย่าง Romantic Doctor, Teacher Kim ที่มีเรื่องให้ลุ้นทุกตอน โดยเรื่องนี้ แม้จะไม่ได้เล่าเรื่องระดับความเป็นความตายเหมือนงานของแพทย์ แต่งานท่าอากาศยาน ก็มีเรื่องเวลา ความปลอดภัย และเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมาย ทำให้การหยิบยกการทำงานของพนักงานแผนกต่างๆในท่าอากาศยาน เป็นหัวข้อที่น่าสนใจทีเดียว

เปิดตัวมา 4 ตอน(สั้น) ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องกระชับไม่น่าเบื่อ แต่กไม่เคร่งเครียดเกินไป แทรกมุกตลก นำเสนอความแตกต่างระหว่างพระ-นาง ที่มีลักษณะนิสัย และแนวคิดการทำงาน ที่ต่างกันแบบคนละขั้ว ทิ้งจุดน่าสงสัยทั้งเบื้องหลังตัวละคร ความสัมพันธ์ต่างๆ แต่แน่นอนว่านอกจากเรื่องราวความรักของพระ-นาง หรือดราม่าชีวิตต่างๆ เรื่องนี้ เราจะได้เห็นการทำงานในสถานการณ์ต่างๆภายในท่าอากาศยาน (หลายฉากในเรื่องถ่ายทำในสถานที่จริงคือท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน) ในสถานการณ์น่าสนใจ ทั้งการทำลายข้าวของ การจัดการการลงจอดของเครื่องบิน การรับมือการขู่ก่อการร้าย ฯลฯ แถมทิ้งประเด็นคาใจกับความลึกลับของพระเอก ที่นอกจากแขนและมือขวาที่ไม่รู้สึกเจ็บปวด ยังแข็งแรงราวมนุษย์มหัศจรรย์ จนขนาดคนดูก็สงสัยว่า สรุปจะมาแนวแฟนตาซี ยอดมนุษย์ หรือจะแค่เป็นปมหลอกคนดู