American Horror Story Season 1

เกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่งที่มีประวัติซึ่งเรียกได้ว่า โชกโชนมากเพราะย้อนหลังไปหลายสิบปีนั้นมีฆาตกรรมเกิดขี้นหลายรายในบ้านหลังนี้ จนในปัจจุบันครอบครัวของนักจิตวิทยา + ภรรยาและลูกสาววัยทีนก็เข้ามาอยู่พร้อมกับเจอเรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเพื่อนบ้านจอมขโมยและลูกสาวที่เป็นเด็กพิเศษ เมทคนงานที่อยู่บ้านนี้มานานรับใช้มาหลายครอบครัว บรรดาคนไข้ของคุณสามี เจ้าของบ้านคนเก่าที่ยังไม่ตาย และอื่นๆอีกมากมาย

American Horror Story Season 2

จากผู้สร้าง Glee “Ryan Murphy” เรื่องของบ้านที่เกิดการฆาตกรรมหลากหลายครั้งในอดีต จนเมื่อครอบครัวของ “เบ็น” นักจิตวิทยา ภรรยาเขาและลูกสาวได้ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ เมื่อครั้งเบ็นถูกจับได้ว่านอกใจ แล้วเรื่องแปลก ๆ มากมายก็เกิดขึ้นโดยมีคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย เพื่อนบ้านขี้ขโมยและลูกสาวของเธอที่เป็นเด็กพิเศษ

American Horror Story Season 4

ซีซั่น 4 มีชื่อว่า “Freak-Show” เป็นเรื่องราวของคณะกายกรรมพิสดารในอดีตช่วงปี 1952 ที่มาพร้อมกับความดำมืดทมึฬขนพองสยองเกล้าปกคลุมไปทั่วรัฐฟลอริด้า ขณะเดียวกันในซีซั่นนี้ ก็จะผสมความดราม่าเข้มข้น ตีแผ่เรื่องราวชีวิตอันแสนเศร้าของเหล่านักแสดงในคณะกายกรรมที่ต้องกลาย เป็นบุคคลที่สังคมรังเกลียดในช่วงเวลานั้น โดยเรื่องนี้อ้างอิงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของคนที่เคยทำอาชีพนักแสดงกายกรรมพิสดาร

American Horror Story Season 5

ซีซั่น 5 นี่จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มดและมนตร์ดำในอเมริกา โซอี้ เด็กสาววัยรุ่นรู้ว่าเธอสืบเชื่อสายมาจากตระกูลเก่าแก่ตั้งแต่สมัย ยุคล่าแม่มดของเมืองซาเล็ม โซอี้ ถูกส่งไปยังโรงเรียนหญิงล้วน Miss Robichaux’s Academy โรงเรียนลึกลับใน New Orleans ที่ปกป้องและสอนให้เหล่าแม่มดที่สืบเชื้อสายตระกูลเก่าแก่ใช้พลัง Fiona Goode แม่มดที่ทรงพลังที่สุดในยุคกลับมายัง New Orleans เพื่อต่อกรกับศัตรูตัวร้ายของพวกเธอ ซึงนั้นก็คือ มนต์ดำวูดู นั่นเอง เรื่องย่อ: เกี่ยวกับเจ๊เจสสิก้า แลงจ์ ผู้หญิงเชื้อสายเยรมัน และผู้จัดการ ‘โชว์ประหลาด’ ที่จะแสดงเป็นครั้งสุดท่ายในประเทศอเมริกา ซึ่งอยู่ในช่วงปี 1950 ที่เมืองจูปิเตอร์ รัฐฟลอริด้าตำนานความสยอง แปลก ไม่ซ้ำใครโดยผู้สร้าง ไรอัน เมอร์ฟี่ กลับมาอีกครั้งใน Season ที่ 5 โดยมีชื่อว่า American Horror Story: Hotel

The Resident Season 2

”เรื่องราวของคุณหมอหนุ่มในอุดมคติที่เริ่มงานวันแรกภายใต้การดูแลของแพทย์พี่เลี้ยงซึ่งเป็นหมอเรสซิเดสต์ผู้คอยเปิดโปงด้านมืดอันสกปรกในวงการแพทย์”

The Hauntung of Hill House เดอะ ฮอนติ้ง ออฟ ฮิลล์เฮาส์ ปี 1

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบันทำให้ครอบครัวที่แตกแยกขวัญกระเจิงเผชิญกับความทรงจำสุดหลอนและเหตุการณ์น่าสะพรึงที่เกิดขึ้นในบ้านหลังเก่าที่ทำให้พวกเขาอยู่ต่อไม่ได้

American Horror Story Season 6

ทุกอย่างที่เคยเป็นสไตล์ของ AHS ทั้ง 5 ซีซั่นที่ผ่านมามันหายไปหมดเลย เหมือนดูซีรีส์สยองขวัญเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ American Horror Story ด้วยซ้ำ อาจจะเพราะเป็นการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างแตกต่าง เล่าแบบ Documentary จำลองรายการที่เหมือนเอาบุคคลจริงมาเล่าเรื่องให้เราฟัง ตัดกับฉากที่ใช้นักแสดงอีกกลุ่มเล่น ชื่นชม Sarah Paulson เล่นได้พาคนดูอินมาก แค่คำพูด ท่าทาง น้ำเสียง ก็แตกต่างไปจากซีซั่นก่อนๆ Cuba Gooding Jr. สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี เชื่อเลยว่าสองคนนี้เล่นออกมาได้เป็นคู่รักที่ดูรักกันจริง แต่งต่างจากบท Marcia Clark กับ O.J.Simpson ที่แทบจะกัดกันเอาเป็นเอาตายใน American Crime Story ส่วน Angela Bassett ก็ยังทำออกมาได้ดีอย่างเดิม แต่ครั้งนี้นางมาในบทสุขุม ดุดัน เสียดายที่เราอาจจะไม่ได้เห็นจริตบิชๆชิคๆ แบบใน Coven หรือ Freakshow

American Horror Story Season 3

นี่จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มดและมนตร์ดำในอเมริกา โซอี้ เด็กสาววัยรุ่นรู้ว่าเธอสืบเชื่อสายมาจากตระกูลเก่าแก่ตั้งแต่สมัย ยุคล่าแม่มดของเมืองซาเล็ม โซอี้ ถูกส่งไปยังโรงเรียนหญิงล้วน Miss Robichaux’s Academy โรงเรียนลึกลับใน New Orleans ที่ปกป้องและสอนให้เหล่าแม่มดที่สืบเชื้อสายตระกูลเก่าแก่ใช้พลัง Fiona Goode แม่มดที่ทรงพลังที่สุดในยุคกลับมายัง New Orleans เพื่อต่อกรกับศัตรูตัวร้ายของพวกเธอ ซึงนั้นก็คือ มนต์ดำวูดู นั่นเอง

Sex and the City Season 1

เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ สอดแทรกสาระ เกี่ยวกับการแสวงหา ความสัมพันธ์ ที่มีความหมาย โดยไม่เว้นแม้แต่ ประเด็นเผ็ดร้อน ที่เป็นจุดสนใจ ของผู้คน ในสังคมเมืองปัจจุบัน โดยเฉพาะแง่มุมใหม่ ๆ เกี่ยวกับสัมพันธภาพ ระหว่างชายหญิง 1. แคร์รี่ แบรดชอว์ อาชีพ : นักเขียน บทความ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่ใครต่อใคร พากัน ขนานนามเธอว่า นักมนุษย์วิทยา สาขาเพศสัมพันธ์ แห่งหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก สตาร์ เรื่องราวมันส์ ๆ สนุก ๆ ไปจนถึง โลดโผน สุดเหวี่ยง ยามออก ท่องราตรี และชีวิตรัก ส่วนตัว ของเธอและ เพื่อน ๆ สาวโสด กลายเป็น วัตถุดิบ ในการเขียน คอลัมน์เฉียบคม เร้าใจว่าด้วย เรื่องการออกเดท และการหาคู่ ในป่าคอนกรีต ที่นิวยอร์คนั่นเอง สไตล์การแต่งตัว : รสนิยม การแต่งตัว ของแม่สาวแคร์รี่ สะท้อน แฟชั่น ความงาม ตามแบบ สาวทันสมัย ในเมืองใหญ่ แพทริเชีย ฟิล์ด ดีไซเนอร์ ผู้ออกแบบ เครื่องแต่งกาย ให้กับ ภาพยนตร์ชุดนี้ สรรหา สิ่งที่ดีเลิศ จากแฟชั่น สไตล์หรูเลิศ อลังการและ สไตล์สวยเรียบ อมตะ มาผสมผสานกัน จนเป็น แฟชั่นสวยเก๋ สะดุดตา แหวกแนว เปิดเผย มีเสน่ห์ แบบเรียบ แต่หรู ในตอนกลางวัน แคร์รี่ จะสวมใส่เสื้อผ้า แบบทะมัดทะแมง สวยเก๋ ทันสมัย เป็นตัวของ ตัวเอง ในยามราตรี เธอจะแปลงกาย เป็นสาวเซ็กซี่ น่ารัก ด้วยชุดรัดรูปรัดทรง แล้วแต่สถานการณ์ แต่ไม่ว่า จะเป็นโอกาสใด เธอจะต้องใส่ รองเท้าส้นสูงปรี๊ด ไว้ก่อนเสมอ และพ่วงท้าย ด้วยเครื่องประดับ ประเภท กระเป๋า สะพายระยิบระยับ ยี่ห้อเฟนดี้ ที่สำคัญ เธอจะไม่มี วันถอด สร้อยคอทองคำ ที่ห้อย แผ่นป้ายชื่อ และกระต่ายเพล์บอย ตัวจิ๋ว ออกเป็นอันขาด เธอมัก จะปล่อย ผมบรอนด์ ที่หยิกเป็นลอน ลงมา ประบ่า ดูเซ็กซี่ เป็นธรรมชาติ แต่วันดี คืนดี เธอก็ลุกขึ้น มาเป่าผมให้เรียบ แป้เป็นทรงสวย ไปอีกแบบ 2.ชาร์ลอต ยอร์ค อาชีพ : นายหน้าขายงานศิลปะ สไตล์การแต่งตัว : ชาร์ลอต ชอบใส่ เสื้อผ้า ดีไซเนอร์ ที่ดูเป็นหญิง ๆ สักหน่อย เธอไม่ค่อยชอบ แต่งตัว แบบโชว์เนื้อโชว์หนัง วับ ๆ แวบ ๆ เท่าใดนัก ยิ่งเสื้อผ้า ล้ำสมัยสุด ๆ ยิ่งไม่สน เธอมักจะ แต่งตัวด้วย เสื้อผ้าที่ ดูเรียบร้อย ตัดเย็บ อย่างประณีต ลวดลายสะอาดตา ไม่โจ่งแจ้งเกินไป สมบัติส่วนตัว ที่ราคาแพงที่สุด ก็คือรองเท้า

Sex and the City Season 3

เซ็กซ์ แอนด์ เดอะ ซิตี้ สอดแทรกสาระ เกี่ยวกับการแสวงหา ความสัมพันธ์ ที่มีความหมาย โดยไม่เว้นแม้แต่ ประเด็นเผ็ดร้อน ที่เป็นจุดสนใจ ของผู้คน ในสังคมเมืองปัจจุบัน โดยเฉพาะแง่มุมใหม่ ๆ เกี่ยวกับสัมพันธภาพ ระหว่างชายหญิง 1. แคร์รี่ แบรดชอว์ อาชีพ : นักเขียน บทความ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่ใครต่อใคร พากัน ขนานนามเธอว่า นักมนุษย์วิทยา สาขาเพศสัมพันธ์ แห่งหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก สตาร์ เรื่องราวมันส์ ๆ สนุก ๆ ไปจนถึง โลดโผน สุดเหวี่ยง ยามออก ท่องราตรี และชีวิตรัก ส่วนตัว ของเธอและ เพื่อน ๆ สาวโสด กลายเป็น วัตถุดิบ ในการเขียน คอลัมน์เฉียบคม เร้าใจว่าด้วย เรื่องการออกเดท และการหาคู่ ในป่าคอนกรีต ที่นิวยอร์คนั่นเอง สไตล์การแต่งตัว : รสนิยม การแต่งตัว ของแม่สาวแคร์รี่ สะท้อน แฟชั่น ความงาม ตามแบบ สาวทันสมัย ในเมืองใหญ่ แพทริเชีย ฟิล์ด ดีไซเนอร์ ผู้ออกแบบ เครื่องแต่งกาย ให้กับ ภาพยนตร์ชุดนี้ สรรหา สิ่งที่ดีเลิศ จากแฟชั่น สไตล์หรูเลิศ อลังการและ สไตล์สวยเรียบ อมตะ มาผสมผสานกัน จนเป็น แฟชั่นสวยเก๋ สะดุดตา แหวกแนว เปิดเผย มีเสน่ห์ แบบเรียบ แต่หรู ในตอนกลางวัน แคร์รี่ จะสวมใส่เสื้อผ้า แบบทะมัดทะแมง สวยเก๋ ทันสมัย เป็นตัวของ ตัวเอง ในยามราตรี เธอจะแปลงกาย เป็นสาวเซ็กซี่ น่ารัก ด้วยชุดรัดรูปรัดทรง แล้วแต่สถานการณ์ แต่ไม่ว่า จะเป็นโอกาสใด เธอจะต้องใส่ รองเท้าส้นสูงปรี๊ด ไว้ก่อนเสมอ และพ่วงท้าย ด้วยเครื่องประดับ ประเภท กระเป๋า สะพายระยิบระยับ ยี่ห้อเฟนดี้ ที่สำคัญ เธอจะไม่มี วันถอด สร้อยคอทองคำ ที่ห้อย แผ่นป้ายชื่อ และกระต่ายเพล์บอย ตัวจิ๋ว ออกเป็นอันขาด เธอมัก จะปล่อย ผมบรอนด์ ที่หยิกเป็นลอน ลงมา ประบ่า ดูเซ็กซี่ เป็นธรรมชาติ แต่วันดี คืนดี เธอก็ลุกขึ้น มาเป่าผมให้เรียบ แป้เป็นทรงสวย ไปอีกแบบ 2.ชาร์ลอต ยอร์ค อาชีพ : นายหน้าขายงานศิลปะ สไตล์การแต่งตัว : ชาร์ลอต ชอบใส่ เสื้อผ้า ดีไซเนอร์ ที่ดูเป็นหญิง ๆ สักหน่อย เธอไม่ค่อยชอบ แต่งตัว แบบโชว์เนื้อโชว์หนัง วับ ๆ แวบ ๆ เท่าใดนัก ยิ่งเสื้อผ้า ล้ำสมัยสุด ๆ ยิ่งไม่สน เธอมักจะ แต่งตัวด้วย เสื้อผ้าที่ ดูเรียบร้อย ตัดเย็บ อย่างประณีต ลวดลายสะอาดตา ไม่โจ่งแจ้งเกินไป สมบัติส่วนตัว ที่ราคาแพงที่สุด ก็คือรองเท้า